Contact me 081-3718959 Kyo

Facebook KyofusaFanpage

Line : 0813718959

Home ...... Showroom .... Carshow .... Reference ....... Back

Language

Thai

English

 

 

พัดโชกุน ราคา 400 บาท

พัดคลี่ มีตราประจำตระกูลซามูไร ชั้นผู้ใหญ่ ใบพัดเป็นผ้า ก้านผัดเป็นไม้

ขนาดเมื่อกางพัด ... กว้าง 42cm.(16.5นิ้ว) / สูง23cm.( 9นิ้ว)

ขนาดเมื่อพับเก็บ ... กว้าง 2.5cm.(1 นิ้ว) / สูง23cm.( 9นิ้ว) /หนา 1cm.(0.4 นิ้ว)

มี 7 ลาย

01 Date Masamune

02 Naoe Kanetsugu

04 Tokugawa Ieyasu

05 Takeda Shingen

06 Sanada Yukimura

10 Toyotomi Hideyoshi

 

01 Date Masamune Daimyo

伊達 政宗 September 5, 1567 – June 27, 1636 ................... หากต้องการชม หุ่นFigure Date Masamune คลิ๊กเลย
ดะเตะ มาสะะมุเนะ หรือมังกรตาเดียว ตราประจำตระกูลรูป ต้นไผ่และนกกระจอก ตระกูล ดะเตะ
เป็นบุตรชายคนโตของ ดาเตะ เทรุมุเนะ ไดเมียว แห่งแคว้นเซ็นได
มาสะมุเนะได้รับความไว้วางใจจากเทรุมุเนะผู้เป็นบิดา ให้ช่วยเหลือในการร่วมทำศึก เขาสามารถสร้างผลงานการรบได้ตั้งแต่อายุ 16
ในการรบกับตระกูลโซมะ ทำให้ขยายอิทธิพลของตระกุลดะเตะไปไม่น้อย จนเมื่อมาสะมุเนะอายุ 18 ปี บิดาของเขาก็ตัดสินใจมอบ
อำนาจดูแลตระกูลดะเตะทั้งหมด
พ่อของมาสะมูเนะ วางแผนให้มาสะมุเนะได้แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลทามูระแห่งมิตสึ จึงทำให้มาสะมุเนะ ถูกหวาดระแวงจาก
บรรดาตระกูลพันธมิตร นำไปสู่การที่ เทรุมุเนะพ่อของเขาถูกจับเป็นตัวประกันในปราสาทฮาเตคายามะ โดยญาติและพันธมิตรของตนเอง
มาสะมุเนะตัดสินใจ ยกกองทัพประชิดปราสาทหมายช่วยเหลือพ่อ แต่เทรุมุเนะกลับตะโกนออกมา ให้บุกเข้ามาสังหารศัตรูโดยไม่ต้องสนใจ
ว่าเขาจะเป็นอย่างไร มาสะมุเนะจึงตัดสินใจยกกองทัพเข้าตีปราสาทในทันที เทรุมุเนะก็เสียชีวิตลงในระหว่างการบุกปราสาทครั้งนี้
เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นการสร้างภาพลักษณ์อันโหดเหี้ยม ติดตัวเขามาโดยตลอด
จุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ของมาสะมุเนะ เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อมาสะมุเนะยอมเปลี่ยนฝ่ายไปเข้ากับฮิเดะโยชิ ในสงครามโอดาวาระ
เมื่อฮิเดะโยชิ ถึงแก่กรรม เขาก็ร่วมกับฝ่ายตะวันออกของอิเอะยาสุ จนเป็นฝ่ายชนะและมีศักดินาถึง 600,000 โคะขุ ซึ่งถือว่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีมา
มาสะมุเนะ มีความเก่งกาจทั้งทางด้านการรบ การฑูต และภาษา ครั้งหนึ่ง เขาเคยเขียนจดมายเป็นภาษาลาติน ถึงสมเด็จพระสันตะปาปา
และยังเป็นผู้คิดสร้าง เรือญี่ปุ่น ดะเตะมารุ นับเรือลำแรกอย่างเป็นทางการของญี่ปุ่นที่เดินทางรอบโลกข้ามมหาสมุทรแปซิฟิค แอตแลนติค
และอินเดีย ถือได้ว่าสร้างความภาคภูมิใจไว้ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ซึ่งนับว่าเป็นความใฝ่ฝันเดียวกับโนบุนางะ ที่ไม่มีโอกาสทำได้ในยุคก่อน
แต่มาสำเร็จในยุคของมาซามุเน
ดะเตะ มาสะะมุเนะ ตาบอด เนื่องจากโรคฝีดาษ ตั้งแต่เด็ก เขาจึงมีตาใช้งานเพียงข้างเดียว

 


02 Naoe Kanetsugu

直江 兼続 1559 – January 23, 1620 ............................หากต้องการชม หุ่นFigure Naoe Kanetsugu คลิ๊กเลย
นาโอเอะ คาเน็ทสึงุ เกิดที่ปราสาทสะคะโตะ เป็นบุตรคนโตของ ฮิงุจิ โซะเอะม่ง คาเนะโตโยะ ตอนเด็กชื่อว่า ฮิงุจิ คาเน็ทสึงุ
เริ่มจากการรับใช้ในตระกูล อุเอะสุงิ หน้าที่หลักคือ โคะโชะ เปรียบเหมือนคนเดินเอกสาร
จนในปี 1578 อุเอะสุงิ เคงชิง ถึงแก่กรรม บุตรบุญธรรมทั้งสองชิงอำนาจ คาเน็ทสึงุ เลือกเข้าฝ่ายคาเคะคัตสึผู้เป็นฝ่ายชนะ
ประกอบกับ คาเน็ทสึงุเป็นผู้ไฝ่รู้เรื่องกลยุทธ์ การปกครอง ศึกษาการขยายอำนาจของ โนบุนางะ อยู่แล้วเป็นทุน
อีกทั้งสนิทสนมกับคาเคะคัตสึ มาตั้งแต่เด็ก เพราะวัยใกล้เคียงกัน
ในปี 1581 คาเน็ทสึงุ จึงได้รับตำแหน่งหัวหน้าที่ปรึกษา ของอุเอะสุงิ คาเคะคัตสึ ด้วยวัยเพียง 22ปี
ในเวลาต่อมา เขาได้สร้างสัมพันธ์กับอีกหลายบุคคล ที่มีความสำคัญในประวัติศาตร์ญี่ปุ่น ได้แก่ มาเอะดะ เคจิ
อิชิดะ มิตสึนาริ, ซานาดะ ยูคิมูระ ,ดะเตะ มาสะะมุเนะ ในบรรดาขุนศึกทั้งหลาย คาเน็ทสึงุ ถือว่ามีเกียรติภูมิ สติปัญญา
อีกทั้งมีความสามารถในการสร้างปฎิสัมพันธ์ต่อบุคคล มีความอ่อนโยนต่อทหารที่อยู่ใต้บังคับบัญชา มีความยืดหยุ่น และมีความสามารถ
ประเมินสถานการณ์เป็นอย่างดี จึงได้รับฉายาเป็นที่รู้จักของชาวญี่ปุ่นในนาม เทงจิจิน หมายถึง สวรรค์ โลก และมนุษย์
คาเน็ทสึงุใช้คำว่า"รัก" บนศีรษะ ผู้ที่ถือหลักแห่งความยุติธรรมเพื่อปกป้องประเทศให้ พ้นจากภัยสงคราม ผู้ยึดถือหลักความรัก
ความเมตตาเพื่อผ่านอุปสรรคนานานัปการเพื่อประโยชน์สุข แก่ส่วนรวมแม้ต้องเสียสละส่วนตน วีรกรรมต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาบ้านเมือง การศึกษา การสงครามเพื่อให้บ้านเมืองและประชาชนอยู่รอด "แม้ชีพวายแต่ชื่อนั้นคงเป็นอมตะ"

 

 

04 Tokugawa Ieyasu

徳川家康 , 31 มกราคม พ.ศ. 2086 – 1 มิถุนายน พ.ศ. 2159) ...................... หากต้องการชม หุ่นFigure Tokugawa Ieyasu คลิ๊กเลย
โทะกุงาวะ อิเอะยาสุ เดิมชื่อมัตสึไดระ โมโตยาสุ เป็นบุตรของ มัตสึไดระ ฮิโระทาดะ ไดเมียวแห่งมิคาวะ
ช่วงที่ อิเอะยาสุ ยังเด็ก มิคาวะเป็นเป้าหมายที่ ตระกูลโอดะต้องการยึด แต่มีตระกูลอิมางาวะ ที่ทางไดเมียวฮิโระทาดะ
สร้างสัมพันธ์ไว้ คอยดุลอำนาจอยู่ จึงมีเงื่อนไขให้ส่งทาเคะชิโยะ หรือโมโตยาสุ ซึ่งก็คืออิเอะยาสุ ให้เป็นตัวประกันที่ อิมางาวะ
การที่ไปอยู่ภายใต้การดูแลของฝ่ายอิมากาว่านั้น กลับมีผลดีในเรื่องความสามารถในการศึกของอิเอะยาสุ เพราะทำให้เขาได้ฝึกฝน
การขี่ม้า ยิงธนูจนเก่งกาจ กระทั่งได้รับฉายาในภายหลังว่าจอมขมังธนูแห่งมิคาวะ
โมโตยาสุน้อย อยู่ในฐานะตัวประกันของฝ่ายอิมากาว่าจนอายุ 15 ปี จึงถูกส่งกลับและเป็นนายน้อยคนใหม่แห่งมิคาวะ
จนในปี 1560 ยุทธการ โอเคะฮาสะมะ โอดะ โนบุนางะ สามารถเอาชนะ อิมากาว่า โยชิโมโตะ ,โมโตยาสุจึงเป็นส่วนหนึ่ง
ของกองทัพโนบุนางะ และเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางยิ่งใหญ่ต่อมา
ในปี 1567 โมโตยาสุได้เปลี่ยนชื่อตระกูลมัตสึไดระ เป็น"โทกุงาวะ" และเปลี่ยนชื่อตัว จากโมโตยาสุเป็น "อิเอยาสุ"
อิเอะยาสุ ให้การสนับสนุน โนบุนางะ มาโดยตลอดจน ปี 1582 เสียชีวิตในงานเลี้ยง อำนาจเปลี่ยนไปอยู่ที่ ฮิเดะโยชิ
แรกๆก็พยายาม เข้ากับบุตรของ โนบุนางะ แต่เมื่อรบไปนานๆ ก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ต่อฮิเดะโยชิ จึงต้องยอมจำนนในที่สุด
ในปี 1590 ความฝันในการรวมประเทศญี่ปุ่นของฮิเดะโยชิ ก็สำเร็จ
ในปี 1598 ฮิเดะโยชิ ถึงแก่กรรม อิเอะยาสุ เป็นไดเมียวที่มีศักดินาและกำลังทหารสูงสุด ความขัดแย้งกันภายใน นำไปสู่
สงครามเซกิงะฮาระ แบ่งญี่ปุ่นเป็นสองฝ่าย ตะวันตกนำโดยโดยฮิเดะโยริ บุตรของฮิเดะโยชิ มีอิชิดะ มิตสึนาริสนับสนุน
กับฝ่ายตะวันออก นำโดย โทกุงาวะ อิเอะยาสุ หลังจากได้รับชัยชนะในสงครามที่เซะกิงะฮะระ
อิเอะยาสุ แต่งตั้งตนเองเป็นโชกุนคนแรกแห่งตระกูลโทกุงาวะ ซึ่งตระกูลนี้ปกครองญี่ปุ่นจนถึงค.ศ. 1868 (พ.ศ. 2411)
ก่อนจะหมดอำนาจลงและพระราชอำนาจก็กลับมาอยู่ที่องค์พระจักรพรรดิอีกครั้ง

 

05 Takeda Shingen

武田 信玄 1 ธันวาคม ค.ศ. 1521 - 13 พฤษภาคม ค.ศ. 1573 ...................... หากต้องการชม หุ่นFigure Takeda Shingen คลิ๊กเลย
ทาเคะดะ ชิงเง็ง ตราประจำตระกูลรูป เพชรรูปข้าวหลามตัด 4ชิ้น ตระกูล ทาเคะดะ
เป็นตระกูลที่่มีอำนาจในแถบภูมิภาคคันโตะ อันที่ลุ่มใหญ่สุดของญี่ปุ่น
ปัจจุบันก็คือโตเกียวและโดยรอบนั่นเอง บุคคลสำคัญของตระกูล ทาเคะดะ ก็คือ ทาเคะดะ ชิงเง็ง
ในค.ศ. 1572 โชกุนอะชิกะงะ โยะชิอะกิ (ญี่ปุ่น: 足利義昭 Ashikaga Yoshiaki ?) ได้ร้องขอให้ทาเคะดะ ชิงเง็ง
ต้านทานการขยายอำนาจของโอดะ โนะบุนะงะ ชิงเง็นจึงนำทัพเข้ารุกรานแคว้นโทโตมิ (ญี่ปุ่น: 遠江 Tōtōmi ?)
จังหวัดชิซุโอะกะ อันเป็นดินแดนของตระกูลโทะกุงะวะ นำโดยโทะกุงะวะ อิเอะยะซุ ขุนพลคนสำคัญของโอดะ โนะบุนะงะ
ชิงเง็นสามารถเอาชนะอิเอะยะซุได้ในยุทธการมิกะตะงะฮะระ
เป็นไดเมียวที่กล้าหาญและยิ่งใหญ่ จนได้รับฉายาว่า 甲斐の虎 พยัคฆ์แห่ง คะอิ(ชื่อเมือง)
กองทัพของทาเคะดะ ชิงเง็ง ถือธงเป็นคำว่า 風林火山 แปลว่า ลม-ป่า-ไฟ-ภูเขา
อันมาจากข้อความในตำราพิชัยสงครามของซุนวูอันเป็นลักษณะของกองทัพที่ดีว่า
"รวดเร็วดั่งลม เงียบสงัดดั่งป่าไม้ น่าเกรงขามดั่งไฟ มั่นคงดั่งขุนเขา"

 



06 Sanada Yukimura

真田 幸村?, 1567 – June 3, 1615 ...................... หากต้องการชม หุ่นFigure Sanada Yukimura คลิ๊กเลย
เป็นบุตรของซานะดะ มาซายุกิ ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นยอดนักวางแผนการสงคราม ซึ่งกองทัพซะนะดะก็ไม่ได้มีขนาดใหญ่โตนัก
แต่กลับสามารถเอาชนะกองทัพขนาดใหญ่ได้ในการศึกมากมายหลายครั้ง
ในปีค.ศ. 1582 โนบุนางะร่วมมือกับ โทกุงาวะ รุกรานตระกูลซานะดะ ทำให้ต้องอยู่ภายใต้อำนาจของโนบุนางะ จนสิ้นยุคของโนบุนางะง
ฮิเดะโยชิครองอำนาจต่อ ยูคิมุระจึงได้เริ่มมีอำนาจ
จนในปี 1600 ฮิเดะโยชิ ถึงแก่กรรม เกิดสงครามเซกิงาฮาระขึ้น ยูคิมุระ ตัดสินใจเข้ากับฝ่ายตะวันตกของอิชิดะ มิตสึนาริ เขาจึงต้องเป็น
ฝ่ายตรงข้ามของโทกุงาวะ
เมื่อฝ่ายตะวันตกเป็นฝ่ายแพ้ อิเอะยะสุยึดปราสาทโอซาก้า ขับไล่ตระกูลซะนะดะไปยังจังหวัดคะอิ และกักบริเวณ
ผ่านไป10กว่าปี เกิดความแยกแยกในฝ่ายตะวันออก ยูคิมุระ แอบหลบหนีออกมาจากที่กักกันได้ และรวบรวมคนบุกยึดปราสาทโอซาก้าได้สำเร็จ
ในปีต่อมา อิเอะยาสุ กลับมาชิงปราสาทโอซาก้าคืน แม้ยูคิมูระจะเป็นเจ้าของพื้นที่ แต่กลับไม่ตั้งรับ เลือกวิธีบุกทะลวงเข้าหาทัพใหญ่
ที่อิเอะยะสุบัญชาการ แม้ยูคิมูระทำการไม่สำเร็จ แต่อิเอะยะสุก็เกรงกลัวต่อความเก่งกาจของยูคิมูระ
ซานะดะ ยูคิมูระได้รับฉายาว่า ปีศาจสีเลือด และถือเป็นยอดนักรบอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นศัตรูหลายๆคน เกรงกลัวตระกูลนี้มาก
ส่วนหนึ่งมาจากการที่นักรบและบริวาร ถูกดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ทำให้นักรบของตระกูลนี้มีวินัยและ สู้อย่างถวายชีวิต

 

 

 


08 Oda Nobunaga

織田 信長23 มิถุนายน ค.ศ. 1534 – 21 มิถุนายน ค.ศ. 1582 ...................... หากต้องการชม หุ่นFigure Oda Nobunaga คลิ๊กเลย
โอดะ โนบุนางะ เดิมชื่อว่า คิปโปชิ เป็นบุตรคนรองของโอดะ โนบุฮิเดะ ผู้เป็นไดเมียวแห่งโอวาริ
เมื่ออายุ 13ปี ผ่านพิธีเก็มปุกุ เปลี่ยนชื่อเป็น โนบุนางะ
ในฐานะที่เป็นบุตรคนโตสุดที่เกิดกับภรรยาเอก ทำให้คิปโปชิเป็นอันดับหนึ่งในการสืบทอดแคว้นโอวาริ
ปี 1560 ยุทธการโอเคะฮะสะมะ โยชิโมโตะยกทัพร่วมพันธมิตร 40000 นาย หมายเข้าสู้นครเกียวโต
ระหว่างทางต้องผ่านโอวาริ โนบุนางะมีกำลังเพียง 2500 นาย แต่ด้วยความหลักแหลมรู้นิสัยส่วนตัวของโยชิโมโตะ
ว่าชอบความรื่นเริง ระหว่างพักรบ จึงใช้กำลังทหารที่น้อยกว่าบุกเข้าโจมตี แบบไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามตั้งตัว
ปฏิบัติการครั้งนี้สำเร็จ โยชิโมโตะเสียชีวิต โนบุนางะเป็นที่รู้จักทั่วญี่ปุ่น
ในปี 1561 พ่อตาของโนบุนางะ เสียชีวิตลง ทายาทก็ยังอายุน้อย โนบุนางะถือโอกาสบุกเข้ายึดแคว้นมิโนะ
เป้าหมายต่อไปคือรวมญี่ปุ่นเป็นหนึ่งเดียว ภายใต้หลักการปกครอง เทงคะฟุบุ หมายถึง การปกครองประเทศโดยทหาร
ปี 1570 โนบุนางะ นำทัพเข้าบุกแคว้นเอะจิเซงและเอาชนะตระกูลอะซะกุระได้ในยุทธการคะเนะงะซะกิ
ปี 1571 ยกทัพเข้าโจมตีเมืองนางะชิมะ จังหวัดมิเอะในปัจจุบัน อันเป็นฐานที่มั่นอีกแห่งหนึ่งของกบฎอิกโกอิกกิ
และ เข้ายึดฐานที่มั่นที่วัดเองยะกุ บนเขาฮิเอะอิ ทำการกวาดล้างพระนักรบไปจนหมดสิ้น
ปี 1573 ยึดปราสาทฮิกิดะ ของโยะชิกะเงะ และยึดปราสาทโอะดะนิ ของนางามาสะ และ ปลดโชกุนอะชิกะงะ โยะชิอะกิ
ออกจากตำแหน่ง ล้มเลิกระบอบการปกครองของโชกุน เป็นการสิ้นสุดรัฐบาลโชกุนมุโระมะชิที่มีมายาวนานถึงสองร้อยกว่าปี
ปี 1574 ยึดเมืองนางาชิมะ
ปี 1576 ปิดล้อมเขาอิชิยะมะจนสามารถเข้ายึดวัดฮงงังบนเขาอิชิยะมะได้ ปิดฉากกบฏอิกโก-อิกกิ
หลังจากที่โนะบุนะงะวางรากฐานอำนาจในเมืองเกียวโตภูมิภาคคันไซได้อย่างมั่นคงแล้ว จึงหันความสนใจไปทางตะวันออก
ในขณะนั้นภาคตะวันออกของญี่ปุ่นมีไดเมียวผู้ทรงอำนาจสองคนกำลังแย่งชิงความเป็นใหญ่ สู้รบกันระยะหนึ่ง โชคเข้าข้าง
โนบุนางะ เมื่อไดเมียวทั้งสอง ต่างทะยอยเสียชีวิต
ในปี 1578 ทำให้ไดเมียวผู้มีอำนาจเพียงพอที่จะต้านทานการรุกรานของโนะบุนะงะหมดสิ้นไป โนะบุนะงะจึงสามารถเข้าครอบครอง
ญี่ปุ่นภาคตะวันออกได้ในที่สุด

 

 

 

10 Toyotomi Hideyoshi

豊臣 秀吉 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1537 – 18 กันยายน ค.ศ. 1598 ...................... หากต้องการชม หุ่นFigure Toyotomi Hideyoshi คลิ๊กเลย
ในฐานะผู้ที่สามารถแก้แค้นให้แก่โอะดะ โนะบุนะงะได้สำเร็จ ทำให้ฮิเดะโยะชิได้รับการยกย่องและขึ้นมามีอำนาจในตระกูลโอะดะ
ใน ค.ศ. 1583 ฮิเดะโยะชิได้สร้างปราสาทโอซะกะ (大坂城
ใน ค.ศ. 1586 ฮะชิบะ ฮิเดะโยะชิ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น "คัมปะกุ" หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระจักรพรรดิ
รวมทั้งได้รับพระราชทานนามสกุลใหม่จากพระจักรพรรดิว่า โทะโยะโตะมิ
ใน ค.ศ. 1590 คัมปะกุฮิเดะโยะชิได้ส่งทัพไปทางตะวันออกนำโดยอิเอะยะซุเข้าปราบปรามตระกูลโฮโจ
ชัยชนะเหนือตระกูลโฮโจทำให้ตระกูลโทะโยะโตะมิปราศจากผู้ท้าทายอำนาจอีกต่อไป เมื่อดะเตะ มะซะมุเนะ
ไดเมียวแห่งภูมิภาคโทโฮะกุทางตะวันออกเฉียงเหนือสุดของเกาะฮอนชูเข้าสวามิภักดิ์ต่อฮิเดะโยะชิ
จึงเท่ากับว่าการรวบรวมอาณาจักรญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งเดียว
เมื่อรวบรวมญี่ปุ่นได้แล้ว ไทโคฮิเดะโยะชิก็มีความทะเยอทะยานอยากที่จะพิชิตจีนราชวงศ์หมิง
จึงได้ส่งทูตไปยังราชสำนักเกาหลีราชวงศ์โชซอนเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ
ไทโคฮิเดะโยะชิจึงตัดสินใจที่จะเข้ารุกรานเกาหลีเพื่อเป็นทางผ่านในการเข้ารุกรานจีนต่อไป
นับเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น มีกำเนิดจากชนชั้นชาวนา
แต่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นซะมุไรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง บรรลุภารกิจการรวบรวมประเทศญี่ปุ่นที่แตกออกเป็นแคว้นต่างๆ
ในยุคเซงโงะกุได้สำเร็จ สืบสานเจตนารมณ์ของโอะดะ โนะบุนะงะ